โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี มีอายุครบ 92 ปี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2552 นี้และเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ประจำจังหวัดเพชรบุรี รับนักเรียนแบบสหศึกษา ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่ก่อนในสมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2453 - พ.ศ. 2459) จังหวัดเพชรบุรียังไม่มีโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดที่เป็นของทางราชการ มีก็แต่โรงเรียนสตรีที่เป็นของเอกชน และของมิชชันนารี เจ้าเมืองเพชรบุรีในสมัยนั้น คือ พระยาเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (แม้น วสันตสิงห์) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาสำหรับสตรี และท่านผู้นี้ก็คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อกำเนิดโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเพชรบุรี ก่อนหน้านั้นประมาณปี พ.ศ. 2453 ปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ราษฎรชาวเพชรบุรีซึ่งมีความจงรักภัคดีต่อรัชกาลที่ 5 เป็นที่ยิ่ง ได้ร่วมใจกันบริจาคเงินจำนวน 2,700 บาท เพื่อสร้างพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ถวายแด่พระองค์ท่านเพื่อเป็นอนุสรณ์และจะอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ พระรามราชนิเวศน์(วังบ้านปืน) ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่แต่ยังมิทันได้สร้างพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน (23 ตุลาคม 2543) เงินที่บริจาคไว้เพื่อสร้างพระบรมรูปจึงระงับไว้โดยอยู่ที่เจ้าเมืองเพชรบุรีเป็นลำดับมา พระยาเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (แม้น วสันตสิงห์) ซึ่งได้รับโปรดเกล้าให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีช่วงปี พ.ศ. 2456-2460 จึงได้ขอพระราชทานเงินบริจาคจำนวนนี้มาสร้างโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเพื่อเป็นการรำลึกถึงรัชกาลที่ 5 แทนการสร้างพระบรมรูปตามความตั้งใจเดิม อาคารเรียนหลังแรกเป็นอาคารชั้นเดียวทรงปั้นหยา มี 3 ห้องเรียน มีหน้ามุขเป็นห้องครูใหญ่ 1 ห้อง หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ฝาเป็นแผงไม้สาน ตั้งอยู่ในที่ดินของราชพัสดุ หลังศาลากลางติดกับวัดชีสระอินทร์ ตำบลคลองกระแชงอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่ประมาณ 5 ไร่เศษ โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเพชรบุรี เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อ 1 สิงหาคม 2460 รับทั้งเด็กชายและเด็กหญิงในระดับประถมศึกษา (ป.1-ป.4) และรับเฉพาะเด็กหญิงในระดับมัธยมศึกษา (ม.1-ม.3) ส่วนนักเรียนชายเมื่อได้ขึ้นชั้นมัธยมก็แยกไปเรียนโรงเรียนประจำจังหวัดชาย (โรงเรียนคงคาราม) ซึ่งเปิดเป็นทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455 โรงเรียนได้รับนามพระราชทานว่า "เบญจมเทพอุทิศ" จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ ปี พ.ศ.2464 ซึ่งมีความหมายว่า "อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5" ซึ่งเป็นพระราขบิดาของพระองค์ท่านนั่นเอง หลังจากตั้งโรงเรียนมาได้ประมาณ 12 ปี ในปี พ.ศ. 2473 พระยาจินดารักษ์ ข้าหลวงประจำจังหวัดเห็นว่ามีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น อาคารเรียนไม่เพียงพอ จึงกราบทูลสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ขอพระราชทานเงินส่วนพระองค์ สร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ได้รับพระราชทานเงิน 6,000 บาท ให้รื้อถอนอาคารเดิมและสร้างใหม่ในที่เดิมเป็นอาคารทรงปั้นหยา 2 ชั้น 8 ห้องเรียน แล้งเสร็จในปี พ.ศ. 2474 และได้พระราชทานอีก 2,000 บาท เพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าธานีนิวัติ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ได้เสด็จมาททำพิธีเปิดป้ายเมื่อวันที่ 18 เมษายนพ.ศ. 2474 (ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ถูกรื้อถอนและก่อสร้างเป็นโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรีจนถึงทุกวันนี้) ปี พ.ศ. 2498 โรงเรียนได้รับความนิยมมากขึ้น มีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นสถานที่คับแคบ ไม่สามารถขยายได้ผู้บริหารของโรงเรียนจึงได้พิจารณาหาที่ตั้งใหม่จนได้ที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน 36 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวาซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ที่มีด้านหน้าโรงเรียนอยู่ทางทิศตะวันตกติดถนนคีรีรัถยาซึ่งเป็นถนนสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 คู่กับถนนราชวิถี ที่ดินที่ตั้งโรงเรียนใหม่นี้ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของ "นาหลวง" ในรัชกาลที่ 4 ที่ทรงซื้อจากราษฎรด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ไว้จำนวน 714 ไร่ 2 งาน คลอบคลุมพื้นที่ "ทุ่งดอนคาน" และ "ทุ่งเขาพนมขวด" และได้ย้ายนักเรียนส่วนหนึ่งมาอยู่ "เอาฤกษ์" เมื่อเดือนมีนาคม 2499 และย้ายมาอยู่จริงเมื่อเปิดเทอมวันที่17 พฤษภาคม 2499 โดยมีอาคารเรียนหลังเดียว 2 ชั้น (ปัจจุบันคืออาคาร 1) รองรับนักเรียนหญิงทั้งหมดประมาณ 400 คน (ชั้น ม.1-ม.6 จำนวน 12 ห้องเรียน) ปี พ.ศ. 2507 เปิดระดับมัธยมศึกษาตนปลาย สายคณิตศาสตร์ (ม.ศ.4 ม.ศ.5) แบบสหศึกษา (ม.ต้นยังเป็นนักเรียนหญิง) ปีพ.ศ. 2543 เปิดรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย แบบสหศึกษา (โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ของจังหวัดเพชรบุรีจากแจ้งความ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2464 ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 38 ได้แจ้งความไว้ว่า “ด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เรี่ยไรเงินราษฎร ได้เงิน 2,700 บาท จัดการสร้างโรงเรียนสตรีขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี การก่อสร้างแล้วเสร็จ บริจาคทรัพย์พร้อมใจกันอุทิศส่วนกุศลน้อมเกล้าฯ ถวายแด่ พระพุทธเจ้าหลวงปิยมหาราช”ตามแจ้งความกระทรวงศึกษาดังกล่าวนี้เป็นการเริ่มต้นในการจัดสร้างโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศในครั้งแรก ในสมัยที่มหาอำมาตย์ตรีพระยาเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เมื่อสร้างโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดแล้วเสร็จกระทรวงศึกษาธิการได้นำ ความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานนามโรงเรียนและพระองค์ทรงโปรดเกล้าพระราชทานนามว่า “เบญจมเทพอุทิศ” โรงเรียนสตรีเพชรบุรีเบญจมเทพอุทิศเริ่มเปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2460ในครั้งแรกนี้นักเรียนทั้งหญิงและชายไม่ทราบจำนวนแน่นอนและไม่ทราบชื่อครูใหญ่ ในสมัยแรก ๆ นั้นมีชุดนักเรียนของนักเรียนหญิงเป็นเสื้อปกแบบทหารเรือสวมหัวสีขาว นุ่งผ้าถุงสีกรมท่าหรือสีน้ำเงินบ้าง นักเรียนชายแต่งกายกางเกงขาสั้น เสื้อสีขาวหรือตามแต่จะหาได้ส่วนรองเท้าเป็นผ้าใบสีขาวหรืออาจไม่ได้ใส่รองเท้าก็มี สำหรับครูในสมัยแรกก็ใช้เสื้อปกทหารเรือผ่าหน้ามีกระดุมสองแถว นุ่งผ้าถุง ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว มีอาคารเรียนหลังแรกเป็นอาคารรูปทรงปั้นหยา มี 3 ห้องเรียน มีหน้ามุขเป็นห้องครูใหญ่ 1 ห้อง หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ฝาเป็นแผงไม้สาน ปี พ.ศ.2473 ท่านอำมาตย์เอกพระยาจินดารักษ์ข้าหลวงประจำจังหวัดเพชรบุรีในสมัยต่อมาได้เห็นว่ามีนักเรียนจำนวนมากขึ้นอาคารเรียนไม่เพียงพอ ไม่เหมาะสมกับที่เป็น โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด จึงได้กราบทูล สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินทร ขอ พระราชทานเงินส่วนพระองค์สร้างอาคารเรียนขึ้นใหม่ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินทร ท่านเห็นชอบด้วยจึงประทานเงิน 6,000 บาท ให้รื้อถอนอาคารเรียนเดิมและ ปลูกสร้างใหม่ในที่ดินของวัดชีสระอินทร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากพระครูสังครักษ์ (กิ่ง สุวัณโณ) เจ้าอธิการวัดชีสระอินทร์ ได้อาคารเรียนหลังใหม่ รูปทรงปั้นหยา 2 ชั้น ชั้นล่างยกพื้นสูง 1 เมตร มี 8 ห้องเรียน การปลูกสร้างแล้วเสร็จในปี 2474 สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรี ราชสิรินทร ทรงประทานเงินอีก2,000 บาท เพื่อจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การเรียน พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ธานีนิวัติ กรมหมื่นพิทยาลาภพฤติยากร ได้เสด็จมาทำ พิธีเปิดป้ายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2475 ปี พ.ศ.2498 จำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น บริเวณโรงเรียนเดิมคับแคบ และไม่สามารถขยายต่อไป ได้อีก จึงได้ย้ายมาสร้างอาคารเรียนใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แปลงที่ 1 เนื้อที่38ไร่3งาน76 ตารางวาเริ่มเปิดทำการสอนเมื่อ 17 พฤษภาคม 2499 เป็นต้นมา และใน พ.ศ. 2499 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี”)